ประเภทของบ้านไม้เก่า ประเภทไม้ ที่มีการรับซื้อบ้านไม้เก่า

ในยุคปัจจุบันความนิยมในการปลูกบ้านไม้เริ่มกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากบ้านไม้เป็นบ้านที่เข้ากับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างประเทศไทยมาก

         แต่เนื่องจากว่าต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่พอจะนำมาสร้างบ้าน ในปัจจุบันยิ่งหายากขึ้นทุกวัน ในขณะที่กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติก็ยิ่งมากขึ้นด้วย ทำให้การซื้อบ้านไม้เก่ามาประกอบใหม่กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นด้วย มีหลายบริษัท หลายองค์กร ที่รับซื้อบ้านไม้เก่าจากที่ต่าง ๆ แล้วนำวัสดุเหล่านั้นมาใช้สำหรับสร้างบ้านหลังใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าบ้านไม้เก่าทุกประเภทจะสามารถรื้อเพื่อนำไม้มาใช้อีกได้ เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าบ้านไม้เก่าประเภทไหนที่เข้าเกณฑ์การซื้อขายบ้านไม้เก่า

          ก่อนอื่น เราจำเป็นต้องจำแนกประเภทของบ้านไม้ก่อน บ้านไม้โดยทั่วไปจะมีไม้อยู่ 2 ประเภท ที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุ  ได้แก่  ไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง ความแตกต่างของไม้ทั้ง 2 ประเภทนี้ คือ ไม้เนื้อแข็งจะเป็นไม้ที่มีรูพรุนอยู่ในเนื้อไม้ ส่วนไม้เนื้ออ่อนจะเป็นไม้ที่ไม่มีรุพรุนอยู่ภายในเนื้อไม้ ซึ่งไม้เนื้อแข็งจะเป็นไม้ที่สามารถรับแรงกระแทกหรือรับน้ำหนักได้ดีกว่า ส่วนไม้เนื้ออ่อนจะเป็นไม้ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่า ตัวอย่างของไม้เนื้อแข็ง  ได้แก่  ไม้แดง ไม้ประดู่ ส่วนไม้เนื้ออ่อน ยกตัวอย่างเช่น ไม้สน ไม้สัก เป็นต้น

รับซื้อบ้านไม้เก่า

         บ้านไม้เก่าทั้งหลาย อาจใช้ไม้เนื้ออ่อนหรือไม้เนื้อแข็งมาสร้างเป็นบ้านก็ได้ ซึ่งบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าส่วนใหญ่ ย่อมซื้อบ้านไม้เก่าแบบไม่เกี่ยงว่าจะเป็นบ้านไม้เนื้อแข็งหรือบ้านไม้เนื้ออ่อน แต่ในบ้านไม้เก่าบางหลังทางบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าก็ไม่รับ ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่ใช้ไม้อันไม่เป็นมงคลมาปลูก เช่น ไม้ตะเคียน ไม้ยาง เนื่องจากไม้เหล่านี้เป็นไม้ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนทั่วไปว่ามีนางไม้มาสิงอยู่ ไม้บางอย่างก็เป็นไม้ที่ใช้สำหรับทำโลงศพ ซึ่งถือว่าไม่เป็นมงคลหากนำมาทำบ้าน รวมไปถึงบ้านที่มีเสาตกน้ำมันอยู่ในบ้านด้วย ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่า มักจะไม่ซื้อบ้านไม้ที่ทำจากไม้พวกนี้ หรือถึงจะซื้อก็ให้ราคาไม่สูงมากนัก

         บ้านอีกประเภทหนึ่ง ที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหลายคนต่างส่ายหน้า ไม่สนใจบ้านพวกนี้ ก็คือ บ้านที่ทำจากไม้ที่ผุพังง่าย อย่างเช่น ไม้มะพร้าว ไม้สน ไม้กระถิน ไม้ยูคาลิปตัส โดยที่ไม้เหล่านี้มักมีอายุการใช้งานสั้น ผุง่าย เมื่อรื้อออกมาแล้ว ก็ไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ต้องทิ้งลูกเดียว เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีบ้านที่ทำจากไม้ที่มีอายุการใช้งานสั้นพวกนี้ อาจจะต้องทำใจเกี่ยวกับราคาที่อาจตกลงหรือบางครั้งอาจจะขายไม่ได้เอาเสียเลย เว้นเสียแต่ว่าไม้ดังกล่าวถูกนำไปผ่านกรรมวิธีรักษา เช่น อัดซิลิโคนเข้าไปในเนื้อไม้หรือทาสารเคมีที่ช่วยรักษาเนื้อไม้เอาไว้แล้ว ก็อาจจะได้ราคาเพิ่มขึ้นมาบ้าง

         บ้านอีกแบบหนึ่งที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่ามักจะไม่รับซื้อหรือถึงรับซื้อก็ให้ราคาค่อนข้างต่ำ คือ บ้านไม้ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน จนถูกต้นไม้ขึ้นปกคลุมอย่างหนัก รวมทั้งตัวบ้านก็เริ่มชำรุดทรุดโทรม บางส่วนผุจนหล่นลงมา รอบบ้านเต็มไปด้วยปลวกและมอดกินไม้ บ้านพวกนี้ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต่อให้รื้อมาได้ก็ไม่คุ้ม เนื่องจากไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์จริง ๆ จะยังเหลืออยู่ไม่มากนักและถ้ารื้อมาแล้ว ยังต้องมีต้นทุนการบำรุงรักษาด้วยการอัดซิลิโคนหรือทาสารเคมีอีก อีกทั้งการรื้อบ้านที่ถูกทิ้งร้างไว้นานอย่างนี้ ยังเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น แมงป่อง งู ต่อ แตน ผึ้ง ฯลฯ ที่จะแอบเข้าไปอยู่อาศัยกันในบ้าน รวมทั้งโครงสร้างบางอย่างของบ้านอาจจะเริ่มผุพัง จนอาจพังลงมาได้ในขณะที่กำลังรื้ออยู่ ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหลายคนจึงมักปฏิเสธไม่รับซื้อบ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน เว้นเสียแต่ว่า สภาพบ้านที่เหลือนั้นดูน่าสนใจจริง ๆ และสภาพไม้ที่มีอยู่ยังไม่สิ้นสภาพมากนัก

         หลังจากที่พูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของประเภทบ้านไม้เก่าที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าสนใจมาเสียยืดยาวแล้ว จึงนำมาเป็นข้อสรุปที่ว่า โดยทั่วไปผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าส่วนใหญ่จะรับซื้อบ้านไม้แทบทุกประเภทอยู่แล้ว ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นบ้านไม้เนื้ออ่อนหรือบ้านไม้เนื้อแข็งก็ตาม ยกเว้น บ้านที่มีลักษณะ 3 อย่างที่กล่าวไป คือ บ้านที่มีการสร้างด้วยไม้หรือวัสดุที่พัวพันกับความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับของคนไทย รวมไปถึงบ้านที่มีประวัติร้ายแรง, บ้านที่ทำด้วยไม้อันมีอายุการใช้งานสั้น เมื่อรื้อแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุในการสร้างบ้านได้อีกและบ้านไม้ที่ปล่อยทิ้งร้างมานาน จนไม้ที่ใช้สร้างผุพัง สิ้นสภาพ เพราะฉะนั้น เจ้าของบ้านท่านใดที่มีบ้านไม้เก่าอยู่และอยากจะขายให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่า ขอให้ทำการตรวจสอบสภาพบ้านของตนเองว่ามีลักษณะต้องห้ามทั้ง 3 นี้หรือไม่ หากมี ขอให้ทำการติดต่อกับบริษัทผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าที่ท่านต้องการ เพื่อที่จะได้ทำการตกลงราคาได้ ไม่ถูกกดราคาจนต่ำเกินไปนัก

รับซื้อบ้านไม้เก่า ประเมินราคาโดยผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าอย่างไร

               การสร้างบ้านด้วยไม้นั้นได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในประเทศไทย แต่ด้วยในปัจจุบันราคาไม้นั้นเริ่มค่อนข้างสูงมากยิ่งขึ้น คนจึงหันไปใช้ไม้เทียมหรือคอนกรีตในการก่อสร้างบ้านพักอาศัยมากกว่า เพราะด้วยเรื่องราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าไม้จริง สามารถนำมาออกแบบก่อสร้างได้อย่างหลากหลาย หาซื้อได้ง่ายและมีความทนทาน ในสมัยก่อนคนไทยนิยมใช้ไม้เพื่อนำมาก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพราะป่าไม้ยังคงอุดมสมบูรณ์ การตัดไม้เพื่อนำมาสร้างเป็นที่พักอาศัยจึงกลายเป็นเหมือนวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน แต่เมื่อความเจริญเพิ่มมากยิ่งขึ้น ป่าไม้เริ่มลดน้อยลงคนจึงเริ่มหาสิ่งทดแทนที่จะสามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างแทนไม้ ปัจจุบันบ้านไม้จึงค่อนข้างที่จะไม่ค่อยมีให้เห็นกันแล้วโดยเฉพาะในเขตเมืองหรือในเขตชุมชนที่ค่อนข้างมีความเจริญมากขึ้นแล้ว

               แม้ว่าความนิยมในการใช้ไม้ในการก่อสร้างที่พักอาศัยลดน้อยลง แต่ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างไปแล้วนั้นก็ยังคงมีราคาอยู่ เพราะยังมีกลุ่มคนที่ต้องการใช้งานไม้เก่าและหาซื้อไม้เก่าตามบ้านเรือนของคนเราอยู่ โดยเฉพาะบ้านไม้เก่าที่ต้องการรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่หรือบ้านไม้เก่าที่ต้องการจะขายทิ้งไปพร้อมที่ดิน บ้านไม้สามารถขายแยกกับที่ดินได้เพราะมีกลุ่มผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหรือมีบริษัทรับซื้อไม้เก่าเหล่านี้อยู่มากพอสมควร ราคาการรับซื้อไม้เก่านั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด สภาพของไม้ค่อนข้างมีความสมบูรณ์หรือเริ่มที่จะพุพังแล้ว รวมไปถึงว่าเป็นไม้อะไรมีความหนาบางขนาดไหน หากไม้ยังคงมีสภาพสมบูรณ์และสวยงาม อีกทั้งยังเป็นไม้ที่มีราคาและมีความแข็งแรงก็จะได้ราคาที่สูงพอสมควร การรับซื้อไม้เก่าจากบ้านไม้นั้นมีราคารับซื้อตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน

รับซื้อบ้านไม้เก่า ทั่วไทย

               การที่จะขายบ้านไม้เก่าแต่ไม่รู้ราคาซื้อขายควรทำการให้ผู้รับซื้อประเมินราคาในการรับซื้อให้ก่อน แต่อาจจะลองให้หลาย ๆ เจ้าได้ทำการประเมินราคารับซื้อให้และนำมาเปรียบเทียบราคากัน ว่าเจ้าไหนที่ให้ราคาดีที่สุดและสมน้ำสมเนื้อมากที่สุด แต่หากไม้เริ่มพุพังแล้วไม่ค่อยมีความสวยงามแล้วก็ต้องรับราคาในการรับซื้อให้ได้เพราะว่าราคาก็จะตกลงไปตามสภาพของไม้ การให้ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าประเมินราคาการรับซื้อนั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องให้ผู้รับซื้อมาตีประเมินถึงที่ก็ได้ เพราะด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีการถ่ายรูปและส่งให้ผู้รับซื้อประเมินราคาไม้ให้จะสะดวกกว่าการติดต่อให้ผู้นับซื้อเข้าไปประเมินถึงบ้าน เพราะหากต้องการเปรียบเทียบราคาก็ต้องให้ผู้รับซื้อหลายเจ้าเข้ามาทำการประเมินราคาให้ อาจจะค่อนข้างทำให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจขาย

               หากเราเลือกส่งประเมินราคาไม้ตามช่องทางการติดต่อต่าง ๆ และใช้รูปที่ถ่ายบ้านไม้และเนื้อไม้ส่งไปยังผู้รับซื้อเพื่อให้ประเมินราคาการซื้อให้ ย่อมส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการขายและทำให้สามารถเปรียบเทียบราคาในการรับซื้อไม้ของผู้รับซื้อแต่ละเจ้าได้เร็วมากกว่า เมื่อทำการเปรียบเทียบแล้วเจ้าไหนที่ให้ราคาดีที่สุด จึงค่อยติดต่อไปเพื่อทำการตกลงซื้อขาย ส่วนใหญ่แล้วการติดต่อผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าโดยตรงไม่ผ่านนายหน้าผู้ขายจะได้ราคาเต็ม ๆ โดยที่ไม่ต้องแบ่งค่านายหน้าให้แก่ผู้อื่น เพราะช่องทางการติดต่อไปยังผู้รับซื้อไม้เก่านั้นสามารถหาได้เองตามโลกออนไลน์ การรับซื้อไม้เก่าของผู้รับซื้อจะออกค่าบริการในการรื้อถอนและขนย้ายไม้เองเป็นส่วนใหญ่ หากมีผู้รับซื้อเจ้าไหนที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็ให้พิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจขายให้ เพราะยังมีผู้รับซื้อจำนวนไม่น้อยที่ไม่คิดค่าบริการเหล่านี้

picwod1972001

 

               การเลือกผู้รับซื้อเพื่อเข้ามาประเมินราคาไม้ให้แก่ผู้ที่ต้องการขาย ผู้ที่ต้องการขายสามารถเลือกให้ผู้รับซื้อกี่เจ้าก็ได้เข้ามาทำการประเมินราคาให้ และผู้ขายก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกผู้รับซื้อที่ให้ราคาประเมินที่ดีสำหรับตนเองได้ บ้านไม้ที่ถูกปล่อยให้ร้างไม่มีคนอยู่อาศัยหรือเริ่มจะเก่าแล้วต้องการจะสร้างใหม่ สามารถขายได้เกือบทั้งหมด แต่หากเป็นไม้ที่ยากต่อการนำเอาไปใช้ได้แล้วก็อาจจะได้ราคาไม่เทียบเท่าไม้ที่ยังสมบูรณ์อยู่ อายุของไม้บางชนิดนั้นสามารถอยู่ได้อย่างยาวนานขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของผู้อยู่อาศัย แต่หากขาดการดูแลก็จะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อย ๆ รวมถึงปัญหาพุพังตามกาลเวลาและถูกกัดกินได้แมลง การปล่อยให้ไม้เสื่อมสภาพไปเองก็ต้องมาคอยซ่อมแซมหรือเสียเงินเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่อยู่ดี การขายไม้เก่าในตอนที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์อยู่และนำเงินที่ได้เพื่อนำไปเป็นส่วนของการก่อสร้างใหม่ย่อมคุ้มค่าอยู่พอสมควร สำหรับผู้ที่มีความต้องการในการสร้างบ้านใหม่หรือต่อเติมบ้านอยู่แล้ว

               สรุปได้ว่าราคาประเมินบ้านไม้เก่านั้นจะได้ราคามากหรือน้อยต้องขึ้นอยู่กับสภาพของไม้เป็นหลัก แม้ว่าในบางผู้รับซื้อจะบริการรื้อถอนและขนย้ายไม้เอง แต่หากเป็นสถานที่ที่ไกลออกไปพอสมควรก็อาจจะถูกขอต่อราคาลงบ้าง เพราะผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าต้องมีทั้งค่าเดินทางและค่าแรงของผู้ที่จะไปทำการรื้อถอนบ้านไม้เก่าที่รับซื้อ หากสามารถหาผู้รับซื้อในเขตพื้นที่ใกล้เคียงก็จะหมดปัญหาในเรื่องของการถูกต่อรองราคา หรือเลือกผู้รับซื้อไม้เก่าที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศและเขตใกล้เคียงจะเป็นการดีที่สุดในการซื้อขายไม้เก่า ได้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไปพร้อมกัน