การตั้งค่า ติดตาม facebook fanpage

สำหรับผู้ใช้ facebook ผ่านทาง เดสท็อป

1.เมื่อเข้ามาที่หน้า facebook แล้ว ให้กดปุ่ม Like ตามลูกศรชี้

2. กดปุ่มติดตาม จากนั้นกด แก้ไขการแจ้งเตือน ภามภาพ

3. เลือก "โพสต์ทั้งหมด" จากนั้นกดปุ่ม เรียบร้อย ตามภาพ

สำหรับผู้ใช้ facebook ทาง สมาร์ทโฟน

1.กดปุ่ม LIKE บนเพจ

2.กดปุ่มติดตาม

3.เลือกแก้ไขการตั้งค่าการแจ้งเตือน

4.ทำเครื่องหมายถูก หลังข้อความ "โพสต์ทั้งหมด"

บ้านไม้เก่าแบบไหน ที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าให้ราคาดี

สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของบ้านไม้เก่าและกำลังมองหาช่องทางในการขายบ้านไม้เก่าเหล่านั้นให้ได้ราคาที่ดี ต้องการติดต่อผู้รับซื้อบ้านไม้เก่า อาจจะเกิดคำถามว่าบ้านไม้ลักษณะใดหรือบ้านไม้เก่าคุณสมบัติใดที่จะขายได้ราคาที่ดี แล้วบ้านไม้เก่าที่เราเป็นเจ้าของอยู่นั้น หากต้องการจะขายจะต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อที่จะขายอย่างไรให้ได้ราคาที่ดี วันนี้เรานำคำตอบพร้อมคำอธิบายเพื่อความกระจ่างมาฝากกัน

ก่อนอื่นเลยขออธิบายถึงลักษณะของไม้แต่ละประเภทกันเสียก่อน ไม้เก่าที่นิยมนำมาทำเป็นบ้านเรือนไม้ในสมัยก่อนนั้นซื้อหาได้ไม่ยาก เนื่องจากในสมัยก่อนมีการทำสัมปทานไม้และมีการซื้อขายไม้กันได้อย่างค่อนข้างเสรี ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ย้อนขึ้นไปกว่า 50 ปีที่แล้ว ในประเทศไทยของเราเป็นแหล่งป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์บ้านเรือนจึงนิยมปลูกสร้างด้วยไม้เนื้อแข็งประเภทต่าง ๆ นอกจากจะหาวัตถุดิบประเภทไม้ดี ๆ ได้ไม่ยากแล้ว ไม้ยังเป็นวัสดุที่เหมาะจะมาทำที่อยู่อาศัยในภูมิภาคเขตร้อนแบบบ้านเราด้วย ซื้อขายบ้านไม้เก่า

เมื่อกาลเวลาผ่านไป ป่าไม้ของเราเริ่มร่อยหรอรัฐบาลจึงมีการยกเลิกสัมปทานป่าไม้และปิดป่าเพื่อการอนุรักษ์ นั่นจึงเป็นเหตุให้ไม้เนื้อแข็งดี ๆ ในตลาดซึ่งเป็นไม้ของเมืองไทยเองนั้นหาได้ยาก ไม้ที่เรา ๆ เห็นขายกันอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านในละแวกใกล้เคียงเกือบทั้งหมด อาจจะเป็นไม้ที่นำเข้ามาจากประเทศ พม่า อินโดนีเซีย มาเลเซียหรือประเทศลาว โดยที่ชื่อของไม้เหล่านั้นมักจะบ่งบอกที่มาอาจจะเป็น เต็งพม่า สักพม่า เต็งลาว ไม้กาเปอร์ อลันบาตู รีสัก ยูบ้า ซึ่งเป็นชื่อแปลก ๆ ที่แตกต่างไปจากไม้ไทย

เราลองมารู้จักไม้ของไทยกันบ้าง เผื่อว่าจะได้ทราบถึงไม้ที่นำมาทำบ้านไม้เก่าที่เรากำลังจะขายให้แก่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหรือบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าเพื่อเปรียบเทียบดูคุณค่าและราคาถูกแพงได้ ไม้ที่ใช้ทำบ้านหรือสร้างบ้านเรือนไม้เก่านั้นนิยมที่จะใช้ไม้เนื้อแข็ง ประเภทต่าง ๆ หากเป็นไม้เนื้ออ่อนหรือลักษณะไม้ที่แตกต่างกัน ก็จะนำไปใช้ประกอบในจุดที่แตกต่างกันของตัวบ้าน สีของไม้ตำแหน่งที่ประกอบในส่วนต่าง ๆ ของบ้าน ลักษณะลวดลาย สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวช่วยให้เจ้าของบ้านไม้เก่าสังเกตดูบ้านไม้ของตนอย่างคร่าว ๆ ได้ว่า มีไม้ชนิดใดในจำนวนเท่าใดและคำนวณพอหลวม ๆ ได้ว่าน่าจะขายได้ในมูลค่าเท่าใด

ไม้สักทอง เป็นไม้ไทยที่มีความสวยงามมากที่สุดจึงมักถูกใช้ทำส่วนที่โชว์เนื้อไม้ เช่น บานประตูแกะสลัก เฟอร์นิเจอร์แกะสลักสวยงามหรือทำเป็นแป้นเกล็ดไม้มุงหลังคา มีความแข็งแรงทนทานมากที่สุดและมีราคาสูงที่สุดด้วย

ไม้แดง เป็นไม้ที่มีความแข็งของเนื้อไม้สูงมาก นิยมนำมาใช้ทำส่วนภายนอกของบ้าน เช่น ชานเรือนบ้าน ฝ้าชายคาหรือฝาบ้าน สังเกตได้จากสีของไม้จะมีสีแดงสมชื่อและลักษณะของการเรียงไม้จะมีการเว้นร่องหรือถ้าเป็นฝาบ้านจะเป็นการตีเกล็ดสลับ นั่นก็เพราะไม้แดงจะมีการหดตัวยืดตัวได้ตามสภาพอากาศ

ไม้เต็ง เป็นไม้ที่มีความแข็งแรงอย่างมากจึงนิยมใช้ทำในส่วนของโครงสร้าง แต่ไม้เต็งนำเข้าจากประเทศมาเลเซียคนมากมายเข้าใจผิดว่ามีความแข็งแรงเหมือนไม้เต็งไทยจึงนำมาใช้ทำโครงสร้าง แต่แท้จริงแล้วไม่แข็งแรงเท่าไม้เต็งไทย

ไม้ตะเคียน ลักษณะของสีไม้ตะเคียนจะมีสีเหลืองเมื่อโดนแดดนานไปจะให้สีน้ำตาล นิยมใช้ทำวงกบ ฝาบ้าน และชานบ้านเพราะไม่ยืดหดตัวแต่คงรูปได้ดี

ซื้อบ้านไม้เก่าทั่วประเทศไม้มะค่า เป็นไม้ที่จัดอยู่ในกลุ่มไม้ราคาสูงหากบ้านไม้เก่าบ้านใดมีมะค่าเป็นส่วนประกอบก็จะได้ราคาดีเพราะเป็นไม้ที่มีลายไม้ชัดเจนสวยงาม เนื้อแข็ง นิยมใช้ทำไม้ปูพื้นหรือเฟอร์นิเจอร์ นอกจากสวยแล้วยังทนทานมากด้วย

ไม้รกฟ้า เป็นไม้ที่ใช้ทำพื้นได้ดีเช่นกันแต่ราคาจะเป็นรองกว่าไม้มะค่า มีสีน้ำตาลเข้มและมักใช้ในส่วนองค์ประกอบภายนอกบ้าน เช่น พื้นระเบียง

นอกจากนั้นก็มี ไม้ตะแบกสีจะอ่อนและนิยมใช้ปูพื้นหรือฝาบ้านภายใน ไม้ยาง นิยมใช้ทำเสา คาน ตง แต่อายุการใช้งานจะไม่นานอย่างไม้อื่น ไม้มะเกลือ ไม้ชิงชัง นิยมใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และไม้สักสวน ไม้ยางพารา ก็มีพบได้บ้าง
จากที่ได้กล่าวมาถึงคุณสมบัติและประเภทของเนื้อไม้เหล่านี้ ก็เพื่อเจ้าของบ้านไม้ที่ต้องการจะขายบ้านไม้เก่าได้ทราบคร่าว ๆ ถึงประเภทของไม้ที่นำมาทำบ้านไม้และคุณค่าราคาที่ลดหลั่นกันไป ซึ่งหากจะให้สรุปคร่าว ๆ แล้ว ไม้ที่มีราคาสูงที่สุดมักจะเป็น ไม้สัก รองลงมา ก็คือ มะค่าและอื่น ๆ ไล่เลียงกันไป นอกจากชนิดของไม้ จำนวนของไม้แต่ละชนิดที่นำมาประกอบในบ้านไม้หลังเก่าที่จะขายแล้ว บริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่ายังพิจารณาจากขนาดของไม้ด้วย ทั้งความกว้างของหน้าไม้ ความยาวความหนาต่าง ๆ อีกทั้งตำหนิที่อาจจะมีมากน้อย เช่นส่วนเว้าแหว่งหักพัง ดังนั้นหากจะให้ดีขายบ้านไม้เก่าให้บริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าตีราคาให้ได้สูง ๆ ก็ควรที่จะให้ ทางบริษัทรับซื้อบ้านไม้นั้น ๆ มาประเมินราคา ตีราคาที่หน้างานและรื้อถอนไปเองเสียคราวเดียวเลยจะเหมาะกว่า เพราะบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าเหล่านี้จะมีทีมงานที่เป็นมืออาชีพ รื้อถอนโดยถนอมเนื้อไม้ไม่หักพังเสียหายต่างจากผู้รับเหมาหรือช่างทั่วไป ทำให้ไม้อยู่ในสภาพที่ดีและขายได้ราคาดีอีกด้วย

%VIEW_COUNT% views

ถ้ามีบ้านไม้เก่าอยากรื้อถอน ลองมองหาผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าดูสิ

          บ้านไม้หลังเก่าที่ปลูกสร้างมานาน เมื่อถึงเวลาที่ต้องการจะรื้อเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหลังใหม่ เจ้าของบ้านไม้เหลาย ๆ คนอาจจะไม่ทราบมาก่อนว่ามีคนที่รับซื้อไม้จากบ้านไม้เก่าและให้ราคาที่ดีและยังมีเจ้าของบ้านไม้เก่าอีกจำนวนไม่น้อยที่ อาจจะพอทราบมาแล้วบ้างว่ามีรับซื้อบ้านไม้เก่า เพื่อนำไปใช้ทำประโยชน์อย่างอื่น จึงตั้งใจที่จะให้ช่างผู้รับเหมาที่รับเหมาสร้างบ้านหลังใหม่รื้อบ้านไม้หลังเก่าลงเลยในคราวเดียวกันก่อนที่จะสร้างหลังใหม่ขึ้นแทน หลังจากนั้นก็นำไม้ที่รื้อออกมาวางกองเอาไว้มุมใดมุมหนึ่ง หาผู้มารับซื้อไม้เก่าเหล่านั้นต่อไป

          แต่ด้วยความที่อาจจะไม่มีเวลาหรือยังยุ่ง ๆ อยู่กับการทำงาน การดูแลการปลูกสร้างบ้านหลังใหม่จึงทำให้วางไม้จากบ้านไม้หลังเดิมที่รื้อมากองตากแดดตากฝนไว้อย่างนั้น บ้างก็กลายเป็นหลงลืมและทิ้งไว้นานเป็นแรมปีทีเดียว ซึ่งทราบไหมว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องน่าเสียดายและพลาดโอกาสที่จะขายไม้จากบ้านไม้เก่าให้ได้ราคาที่ดีไปเลยทีเดียว ไม้เก่าที่มีค่าจำนวนไม่น้อยอาจจะถูกวางกองเอาไว้ในที่ชื้นก็เกิดผุพังลงอีก

          ประการแรกที่เสียโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย ก็คือ บ้านไม้เก่าที่เจ้าของบ้านให้ช่างผู้รับเหมาและคนงานรื้ออกนั้น ผู้รับเหมาและคนงานเหล่านั้นอาจไม่เห็นคุณค่าของไม้ จึงไม่ได้รักษาไม้แต่ละแผ่นให้เราทำให้เวลารื้อบ้านไม้ก็รื้องัดเอาตามแต่สะดวก เอาความเร็วและประหยัดเวลาเข้าว่าทำให้มีไม้ส่วนหนึ่งซึ่งอาจจะพังหรือหักไปได้อย่างน่าเสียดาย จากไม้แผ่นดี ๆ จึงกลายเป็นเศษไม้หรือกลายเป็นแผ่นไม้มีตำหนิ ทั้งที่ก่อนรื้อยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ดีอยู่พชร ค้าไม้

          ประการต่อมา ก็คือ การรื้อบ้านไม้ออกมาก่อนโดยที่ไม่ติดต่อหาผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหรือหาผู้ซื้อยังไม่ได้ ทำให้ต้องนำไม้จากบ้านไม้เก่าเหล่านั้นมากองไว้ก่อน เปลืองพื้นที่และเกะกะยุ่งยากด้วย อาจจะมีคนมาขโมยไม้ หรือคนงานก่อสร้างนำไม้มาใช้งานอย่างอื่นโดยไม่เห็นคุณค่าก็เป็นได้

          ทราบไหมว่ามีบริษัทที่รับซื้อบ้านไม้เก่า โดยที่บริษัทเหล่านั้นจะมาทำการรื้อถอนบ้านไม้เก่าให้ฟรีเลยและประเมินราคาให้เจ้าของบ้านถึงที่ หากพอใจราคาก็นัดวันรื้อถอนได้เลยแล้วยังเคลียพื้นที่ให้พร้อมก่อสร้างอีกด้วย ที่สำคัญประโยชน์ที่จะได้จากการขายบ้านไม้เก่าโดยให้ทางบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าเหล่านี้มารื้อถอนให้เลย ก็คือ

1. ไม่ต้องเสียค่าแรงคนงานในการจ้างรื้อถอนบ้าน การรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างเก่าก็ต้องใช้แรงงานคนงานจำนนหนึ่งและต้องเสียค่าแรงในการรื้อถอนแยกต่างหากจากค่าแรงรับเหมาก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างหลังใหม่ นั่นทำให้เป็นการเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน แต่ในกรณีที่ตกลงซื้อขายบ้านไม้หลังเดิมให้กับบริษัทที่รับซื้อบ้านไม้เก่าเขาก็จะมารื้อถอนให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

2. ไม้ถูกรื้อถอนด้วยมืออาชีพที่ประณีตและรู้วิธี ทำให้ได้จำนวนไม้ที่มีคุณภาพนำไปใช้ต่อได้มากไม่เสียของ นั่นจึงทำให้ขายได้ราคาที่ดีมากด้วย เพราะหากเราให้คนงานที่ไม่เชี่ยวชาญในการรื้อถอนหรือไม่เห็นคุณค่าของไม้เก่า ก็อาจจะไม่ใส่ใจกับไม้แต่ละชิ้นเท่าที่ควร จึงมีชิ้นไม้ที่เสียหายไปอย่างน่าเสียดาย

3. ไม้ที่รื้อจากบ้านไม้หลังเก่า เมื่อรื้อเสร็จแล้วก็จะถูกขนย้ายออกจากพื้นที่ไปในทันทีด้วย ทำให้ไม่ต้องมีไม้เกะกะในบริเวณพื้นที่อีกด้วย นั่นทำให้เกิดความสะดวกและไม่เสียเวลาช่างผู้รับหมาก็สามารถเข้าใช้พื้นที่ได้เลยหลังจากทีมรื้อและขนย้ายของบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าทำการรื้อถอนและขนย้ายเสร็จ

          หลายคนอาจจะคิดว่า แล้วบริษัทรับซื้อไม้เก่าเขาจะเอาไม้เก่า ๆ เหล่านั้นไปทำอะไร มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องซื้อไม้เก่า ๆ ไปเป็นวัตถุดิบ การรับซื้อไม้เก่าเหล่านี้ไปก็เพื่อนำไปทำสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ทั้งขนาดเล็กและใหญ่ต่าง ๆ เช่นโต๊ะ ตู้ เตียง ของตกแต่งหรือแม้แต่นำมาทำศาลา เพราะไม้เก่านั้น แม้เมื่อตอนที่ปลูกสร้างเป็นบ้านผ่านเวลามานานอาจจะกลายเป็นบ้านที่เก่าแล้ว ดูไม่สวยงามเท่าที่ควรมีบางส่วนเสียหายชำรุด ไหนจะแบบของบ้านเดิมไม่สามารถตอบสนองการอยู่อาศัยหรือวัตถุประสงค์ที่ต้องการในปัจจุบันได้ แต่เมื่อนำไม้แท้เหล่านั้นมาปรับเปลี่ยนใช้ประโยชน์ โดยการผลิตให้เป็นสิ่งของต่าง ๆ ทั้งเล็กและใหญ่ ไม้ที่นำมาจากบ้านหลังเก่าก็จะกลับกลายเป็นงานไม้ที่เป็นสิ่งของเครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ที่สวยงามและทนทาน คุณภาพดีได้อย่างไม่ยากเลย อย่าลืมว่ากว่าต้นไม้ต้นหนึ่งจะเติบโตสูงใหญ่จนกระทั่งเพียงพอที่จะตัดมาใช้ประโยชน์นั้นต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะตัดออกมาใช้งานได้

          ไม้เก่าเป็นสินทรัพย์อีกส่วนหนึ่งที่เจ้าของบ้านไม้เก่าสามารถนำมาขายให้กับผู้ที่รู้คุณค่า เปลี่ยนทรัพย์สินที่อาจไม่ได้นำไปใช้ประโยชน์แล้วของตนเองมาเป็นเงินก้อนได้ เช่นนั้น หากใครที่มีบ้านไม้หลังเก่าแล้วต้องการจะรื้อถอนก็ลองติดต่อกับบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่า เพื่อขายต่อทั้งได้ประโยชน์และได้เงินก้อนคืนกลับมาไม่ต้องเปล่าและเสียโอกาสทีเดียว

มีบ้านไม้เก่า ขายให้ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหรือเก็บไว้ดี

         สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์อย่างหนึ่ง ก็คือ บ้านและที่อยู่อาศัยในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ มนุษย์เริ่มเรียนรู้ที่จะปลูกบ้านเองมาตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ซึ่งในยุคแรก ๆ บ้านยังมีคงมีลักษณะเรียบง่าย ไม่มีอะไรซับซ้อนทำเพียงแค่นำไม้มาต่อขึ้นเป็นโครง แล้วนำหญ้า ฟางหรือพวกใบไม้ต่าง ๆ มามุงเป็นผนัง หลังคา จนในเวลาต่อมา มนุษย์เริ่มเรียนรู้ที่จะนำไม้มาสร้างเป็นบ้านทั้งหลัง ตามด้วยการเปลี่ยนวัสดุจากไม้ เป็นปูนตามลำดับ

     สำหรับบ้านไม้ ปรากฏความนิยมในเมืองไทยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว สาเหตุที่คนไทยนิยมสร้างบ้านด้วยไม้ เนื่องจากสามารถระบายอากาศได้ดีเข้ากับความเป็นเมืองร้อน ส่วนบ้านปูนเพิ่งจะมามีความนิยมในภายหลังเมื่อวัฒนธรรมตะวันตกเริ่มเข้ามา แต่ถึงอย่างไรบ้านไม้ก็ยังเป็นบ้านที่ได้รับความนิยมสูงในเมืองไทยอยู่ดี โดยเฉพาะในกลุ่มคนหัวอนุรักษนิยม

         แต่เชื่อว่ามีคนจำนวนไม่น้อยที่อยากจะเปลี่ยนจากการอยู่บ้านไม้ไปอยู่บ้านปูนหรือมีภารกิจต้องย้ายไปอยู่ที่อื่น บ้านไม้ที่ตนมีอยู่ก็ถูกปล่อยทิ้งไว้ ไม่มีใครเข้าไปอยู่ กลายสภาพเป็นบ้านไม้เก่าที่รอวันผุพังไปตามกาลเวลา หากว่าเป็นเช่นนั้น ก็นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก เนื่องจากบ้านไม้เก่าทั้งหลาย มักจะปลูกด้วยไม้ที่มีคุณภาพ มีความหากว่าบ้านไม้สมัยใหม่มาก ที่เรียกได้ว่าแท้จริง ก็คือ บ้านปูนที่ผสมด้วยไม้หรือทำออกมาในรูปแบบบ้านไม้เท่านั้น ที่เป็นเช่นนี้ เพราะไม้ในปัจจุบันเริ่มมีราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งไม้ส่วนใหญ่ก็เป็นไม้ที่เร่งปลูกเพื่อนำมาใช้ก่อสร้าง ไม่ใช่ไม้ที่ถูกเพาะ บ่ม มาเป็นอย่างดีหลายสิบปีเหมือนกับที่พบในบ้านไม้เก่าต่าง ๆบ้านไม้เก่ามีคุณค่า

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ เชื่อว่าหลาย ๆ คน คงจะเกิดความลังเลว่าถ้าตนเองมีบ้านไม้เก่าอยู่ แต่ไม่ได้ไปอยู่จริง ๆ และไม่มีคนอยู่จะเก็บไว้อย่างเดิมหรือจะขายให้ช่างและบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าดี และเพื่อช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปได้ง่ายขึ้น ในบทความนี้เราจะขออธิบายว่าการเก็บบ้านไม้เก่าไว้กับการขายบ้านให้กับบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่า ทั้งสองข้อนี้มีข้อดี และข้อเสีย ในตัวเองอย่างไร

เริ่มจากประเด็นแรกก่อน คือ การขายบ้านไม้ให้กับบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่า การซื้อขายดังกล่าวมีวิธีการ คือ การนัดตัวแทนของผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าให้เข้ามาตรวจสอบสภาพบ้านก่อน เมื่อทำการตรวจสอบเสร็จแล้ว ผู้รับซื้อจะทำการตีราคาแล้วจึงทำสัญญาซื้อ-ขายกับเจ้าของบ้าน

          การขายบ้านไม้เก่าให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่านี้ มีข้อดี คือ ผู้ขายจะได้รับเงินทันทีก้อนหนึ่ง โดยที่จำนวนเงินนั้นขึ้นอยู่กับสภาพบ้าน ยิ่งเป็นบ้านเก่าทำจากไม้ทั้งแผ่นอยู่ในสภาพสมบูรณ์ก็จะยิ่งได้ราคาค่าตอบแทนมาก แต่ในขณะเดียวกัน หากตัวบ้านเป็นบ้านใหม่ที่ใช้ไม้คุณภาพไม่ค่อยดีนักมาทำหรือเป็นบ้านเก่าจริง แต่ถูกปล่อยทิ้งร้างจนเริ่มทรุดโทรม ค่าตอบแทนที่ได้ย่อมลดลง ซึ่งบ้านเก่าที่ขายไปนี้ ทางบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าจะนำไปแยกชิ้นส่วน แล้วนำไม้เก่านั้นไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นต่อไป เช่น เอามาประกอบเป็นบ้าน สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างบ้านไม้แบบอนุรักษนิยมหรือนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของบ้านหลังอื่น ๆ การขายบ้านไม้เก่า นอกจากจะทำให้บ้านถูกนำไปใช้ประโยชน์แล้ว ยังช่วยลดภาระการดูแลรักษาให้กับเจ้าของบ้านเดิมด้วยในกรณีที่เจ้าของบ้านไม่ได้มาอยู่ อีกทั้งยังไม่กลายเป็นแหล่งก่ออาชญากรรมในอนาคตอีกด้วย

          แต่ข้อเสียของการขายบ้านให้กับตัวแทนรับซื้อบ้านไม้เก่าก็มีอยู่ คือ แม้เจ้าของบ้านจะได้เงิน แต่ก็เท่ากับว่าบ้านไม้เก่าที่ตนมีอยู่จะหายไป กลายเป็นการเสียโอกาสในการเพิ่มมูลค่าของบ้านในอนาคตและยังเสี่ยงต่อการถูกกดราคาจากตัวแทนรับซื้อบ้านไม้เก่าบางรายอีกด้วย กลายเป็นว่าขายบ้านอายุหลายสิบปีไป แล้วได้เงินมาไม่คุ้มกับวัสดุที่ใช้ทำบ้าน อีกทั้งไม้ที่ถูกรื้ออกจากบ้านไม้เก่านั้น ย่อมเกิดความบอบช้ำ หากนำไปประกอบใหม่บ้านที่ได้ย่อมไม่แข็งแรงเท่ากับบ้านหลังเดิมก่อนที่จะรื้อออกมา ส่วนนี้ ขอให้ผู้ที่คิดจะขายบ้านไม้เก่าโปรดตรวจสอบข้อมูลของตัวแทนรับซื้อบ้านไม้เก่าที่กำลังติดต่ออยู่ให้ถี่ถ้วนจะได้ไม่ต้องช้ำใจในภายหลัง

         ในส่วนของทางเลือกอีกทางหนึ่ง คือ การเก็บบ้านไม้เก่าไว้เอง ไม่ขายให้กับใคร ส่วนนี้มีข้อดี คือ สามารถรักษาบ้านไม้เก่าของตนเองเอาไว้ได้ ช่วยเพิ่มช่องทางการเก็งกำไรในอนาคตและในบางครั้ง หากบ้านไม้เก่านั้นมีอายุถึงประมาณหนึ่ง อาจกลายเป็นสิ่งล้ำค่าที่นำไปทำประโยชน์ได้อีกมากมายและการเก็บบ้านไม้เก่าไว้จะช่วยรักษาความทรงจำดี ๆ ที่ยังมีอยู่กับบ้านนั้นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตาม การเก็บบ้านไม้เก่าไว้เองก็มีข้อเสีย คือ เมื่อมีบ้านอยู่ภาระการดูแลรักษาย่อมตามมา หากปล่อยทิ้งให้รกร้าง ไม่มาดูแล อาจกลายเป็นที่อยู่ของคนจรจัด แหล่งมั่วสุมของพวกขี้ยา รวมทั้งยังอาจกลายเป็นสถานที่เฮี้ยน จากการพูดแบบปากต่อปากของชาวบ้าน ทั้งที่ความจริงแล้วบ้านนั้นไม่ได้มีอะไร พอจะเข้าไปใช้ประโยชน์ก็กลายเป็นเรื่องยากลำบากเข้าไปอีก

          หลังจากที่บรรยายมาทั้งหมดแล้ว ผู้อ่านคงจะพอเห็นภาพแล้วว่า การขายบ้านให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่ากับการเก็บบ้านไม้เก่าไว้เอง มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ต่อจากนี้ การจะตัดสินใจว่าจะขายบ้านหรือจะเก็บบ้านไว้ย่อมขึ้นอยู่กับตัวเจ้าของบ้านเอง ขอให้คิดดี ๆ จะได้ไม่ต้องช้ำใจภายหลัง

ระเบียบ กฎหมาย การดำเนินการรับซื้อบ้านไม้เก่าและรื้อถอนบ้านไม้เก่า

     บ้านไม้เก่านั้นมีราคาและมีการรับซื้อบ้านไม้เก่าในปัจจุบัน แต่การรื้อถอนบ้านไม้นั้นไม่ได้หมายความว่า เพียงแค่เจ้าของบ้านทำการตกลงกับผู้รับซื้อแล้วจะเข้ามารื้อถอนได้เลย เพราะว่าบ้านแต่ละหลังกว่าที่จะก่อสร้างขึ้นมาได้ ก็ต้องผ่านกระบวนการยื่นแบบบ้านและอีกหลายขั้นตอนกว่าจะทำการสร้างขึ้นมาอย่างสมบูรณ์แบบได้ การรื้อถอนก็เช่นเดียวกันก่อนที่จะรื้อถอนก็ต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนจึงจะสามารถทำการรื้อถอนได้ คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าการที่ตนเองเป็นผู้ครอบครองบ้านอยากที่จะรื้อถอนบ้านเมื่อใดก็จะสามารถทำได้ตลอด การคิดเช่นนี้เป็นสิ่งที่ผิดและหากมีการตรวจสอบขึ้นมาเจ้าของบ้านก็อาจจะถูกดำเนินคดีได้แม้ว่าเป็นการรื้อถอนบ้านของตนเองก็ตาม

     การแจ้งรื้อถอนบ้านนั้นสามารถเข้าแจ้งได้ตามหน่วยงานราชการตามเขตพื้นที่ ๆ พักอาศัย จะมีการแจ้งรื้อถอนอยู่ 2 แบบ คือ การแจ้งรื้อถอนเพื่อทำการปรับปรุงที่พักอาศัยและยังคงทะเบียนบ้านเดิมเอาไว้กับการรื้อถอนและขอทะเบียนบ้านใหม่ ในกรณีที่รื้อถอนบ้านเพื่อขายและขายที่ดินให้แก่ผู้อื่นด้วยนั้นเอง อีกทั้งการแจ้งรื้อถอนบ้านเพื่อต่อเติมหรือสร้างบ้านใหม่นั้น สมควรที่จะทำการแจ้งเอาไว้เสมอเพราะหากราคาตีประเมินบ้านเก่ามีราคาที่ต่ำกว่าและราคาบ้านใหม่ที่มีราคาที่สูงกว่าไม่มีการแจ้งรื้อถอนมูลค่าของบ้านก็ยังคงเป็นราคาประเมินเดิมต่อไป เพราะว่าไม่มีการแจ้งใด ๆ เข้าไปทั้งสิ้น เมื่อต้องการนำบ้านไปเข้าเป็นหลักประกันเพื่อกู้ยืมหรือขอสินทรัพย์ใด ๆ ราคาประเมินของบ้านก็ยังคงอยู่ที่ราคาเดิม ทำให้เสียประโยชน์ในภายภาคหน้าได้

บ้านไม้เก่ามีคุณค่าการแจ้งรื้อถอนบ้านในกรณีที่มีรับซื้อบ้านไม้เก่ามารับซื้อถึงที่ ควรทำการตกลงเรื่องราคาการรับซื้อให้เรียบร้อยก่อน และเข้าไปทำการแจ้งรื้อถอนกับทางหน่วยงามราชการก่อนที่จะอนุญาตให้ผู้รับซื้อรื้อถอนบ้านไม้ออกไปได้ ไม่ใช่ว่าให้เริ่มการรื้อถอนเลยแล้วจึงค่อยเข้าไปแจ้งการรื้อถอนตามหลัง ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ก็ผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน ควรเลือกที่จะเสียเวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเพื่อทำให้ทุกอย่างถูกต้องเอาไว้เสมอ หลายคนไม่อยากเสียเงินและเสียเวลาจึงปล่อยให้อะไร ๆ เลยตามเลย แต่ผลที่ตามมาทีหลังนั้นเชื่อเถอะว่าไม่คุ้มค่าอย่างแน่นอน กฎหมายในการรื้อถอนบ้านโดยที่ไม่มีใบอนุญาตนั้นจะถูกปรับสูงถึง 60,000 บาท และจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ตามมาตรา 65 ของ พ.ร.บ.  คุ้มครองอาคาร

สาเหตุที่การรื้อถอนบ้านโดยที่ไม่แจ้งรื้อถอนนั้น ถูกปรับสูงและมีการดำเนินคดีเพราะว่าถือเป็นการทำลายเอกสารทางราชการ สิ่งเหล่านี้มันมีข้อกำหนดมาอย่างยาวนานจะใช้เพียงสิทธิ์ความเป็นเจ้าของพื้นที่หรือแค่เจ้าของบ้านไม่ได้ ทุกอย่างทุกการกระทำของคนเราส่วนใหญ่แล้วมีกฎข้อบังคับเอาไว้เสมอ แม้ว่าการขายไม้ให้แก่รับซื้อบ้านไม้เก่าจะไม่ใช่สิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่ก่อนการขายก็ต้องทำให้ถูกต้องก่อนเสมอ การยื่นขอใบอนุญาตรื้อถอนอาคารบ้านเรือนนั้นจะใช้เวลาในการอนุมัติ 1-2 สัปดาห์ และมีค่าใบรื้อถอนเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้น ไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ทั้งสิ้น การยื่นขอใบอนุญาตรื้อถอนควรทำการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ดีก่อนที่จะนำไปยื่นขอ

หากไม่มีความรู้ในส่วนของกฎหมายหรือเอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อนำไปใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตในการรื้อถอนบ้าน ควรทำการศึกษาตามช่องทางต่าง ๆ หรือทำการสอบถามกับผู้ที่มีความรู้เอาไว้ก่อนเพื่อความรวดเร็วในการได้รับอนุญาต หากต้องการขายไม้ให้แก่รับซื้อบ้านไม้เก่าควรทำการยื่นเรื่องของใบอนุญาตรื้อถอนเอาไว้เลยในช่วงที่กำลังเลือกผู้รับซื้อเจ้าที่ให้ราคาดีที่สุดมารับซื้อไม้เก่าที่บ้าน เพื่อเป็นการประหยัดเวลามากยิ่งขึ้นเมื่อได้รับใบอนุญาตรื้อถอนแล้วก็จะสามารถเลือกผู้รับซื้อได้แล้วเช่นเดียวกัน การตกลงซื้อขายและรื้อถอนก็จะรวดเร็วมากยิ่งขึ้น ในบางผู้รับซื้อก็จะมีการแนะนำการขอใบอนุญาตรื้อถอนให้แก่ผู้ที่ต้องการขายบ้านไม้ หรือในบางผู้รับซื้อก็จะดำเนินการในส่วนนี้ให้เกือบทั้งหมดช่วยให้เกิดความสะดวกในการซื้อขายมากยิ่งขึ้น

picwod1972015ผู้รับซื้อส่วนใหญ่แล้วมีประสบการณ์ในการรับซื้อและรื้อถอนบ้านมาเป็นอย่างดี จึงเข้าใจและรู้ถึงขั้นตอนในการยื่นขอใบอนุญาตและให้คำแนะนำแก่ผู้ที่ต้องการขายบ้านไม้เก่าได้อยู่เสมอ การที่ได้รับคำแนะนำและช่วยเหลือจากผู้รู้นั้นจะช่วยให้ทุกอย่างไม่เกิดความผิดพลาด เพราะเอกสารที่ต้องใช้ยื่นขอรื้อถอนบ้านนั้นค่อนมีมากพอสมควร เอกสารบางตัวจำเป็นต้องถูกต้องและสมบูรณ์ที่สุดเท่านั้นจึงจะสามารถยื่นได้ โดยเฉพาะแบบบ้านจำเป็นต้องจ้างเขียนแบบเพื่อนำมาใช้ในการยื่นขอใบอนุญาตด้วย ความยุ่งยากมันจะอยู่ที่ขั้นตอนการเตรียมเอกสารและยื่นเอกสารให้ครบถ้วนมากกว่า ส่วนอื่น ๆ ก็เป็นเพียงแค่ขั้นตอนการรอการอนุมัติเท่านั้นหากเอกสารทั้งหมดผ่าน

ยิ่งหากทรัพย์ที่ยื่นขอใบอนุญาตรื้อถอนนั้นไม่ใช่ทรัพย์ของผู้ยื่น อาจจะเป็นมรดกให้แก่เด็กในปกครองที่อายุยังไม่ถึง 20 ปี ต้องมีเอกสารชี้ขาดจาดสารมาก่อนจึงจะสามารถนำมายื่นขอรื้อถอนได้ ซึ่งต้องผ่านกระบวนการของศาลและจะกินเวลาในการดำเนินการเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้น การจะขายบ้านไม้และให้ผู้รับซื้อมารื้อถอนบ้านไม้นั้นไม่เรื่องที่จะทำกันได้ง่าย ๆ อย่างที่หลายคนเข้าใจ ควรทำทุกอย่างตามขั้นตอนเพื่อความถูกต้องให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะมันอาจจะไม่คุ้มกับเงินที่ได้จากการขายไม้เท่าไหร่นักหากถูกดำเนินคดีย้อนหลังขึ้นมา

เขารับซื้อบ้านไม้เก่า แล้วไม้เก่าเอาไปทำอะไร

     ธุรกิจรับซื้อบ้านไม้เก่าอาจเป็นธุรกิจใหม่ที่หลายคนยังไม่รู้จัก แต่เป็นธุรกิจที่เกิดขึ้นมาเพื่อรองรับรูปแบบบ้านที่เปลี่ยนไปในสังคมปัจจุบัน ถือเป็นธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งตัวเจ้าของบ้านที่สร้างรายได้จากเศษไม้เก่าที่ไร้ประโยชน์แล้วและทางเจ้าของธุรกิจรับซื้อไม้ ก็สามารถนำไม้เก่าที่รับซื้อมาทำประโยชน์ต่อไปได้อีกด้วย แต่หลายคนอาจจะคาดไม่ถึงว่าไม้เก่าที่เราเห็นว่าไร้ค่านั้นสามารถนำไปทำอะไรได้บ้าง

  1. นำไปประกอบเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้ เนื่องจากความนิยมของคนในปัจจุบันที่ชื่นชอบของตกแต่งบ้านแนวย้อนยุค การนำไม้เก่ามาประกอบเป็นชุดโต๊ะเก้าอี้จึงได้รับความนิยมมาก เพราะจะได้ความสวยงามจากเนื้อไม้ที่มีความเก่าตามธรรมชาติเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่แข็งแรงทนทานตามธรรมชาติของไม้เนื้อแข็ง โดยที่ราคาจะไม่สูงอย่างเฟอร์นิเจอร์ไม้ใหม่อีกด้วยและยังช่วยทดแทนไม้ใหม่ที่นับวันจะยิ่งหายากขึ้นทุกทีได้อีกด้วย
  2. แม้ว่าการรับซื้อบ้านไม้เก่าอาจไม่ได้คุณภาพดีทั้งหมด แต่ในบางส่วนก็ยังมีสภาพดีสามารถนำไปขายได้ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นกรอบหน้าต่างหรือบานประตู ซึ่งบางครั้งเสน่ห์ของเนื้อไม้เก่าก็ช่วยเพิ่มความขลังและสวยงามให้กับตัวบ้านได้ดีอีกด้วย เพราะของเก่ามักมีเสน่ห์ในตัวเองอยู่แล้วอีกด้วย
  3. นำมาประกอบเป็นกรอบรูป ไม้เก่าไม่ว่ามีขนาดเท่าใดก็ตามก็สามารถนำกลับมาประกอบเป็นสินค้าใหม่ได้ อาทิเช่น กรอบรูปต่าง ๆ ซึ่งสามารถประกอบได้จากไม้ชิ้นเล็ก ๆไม่ว่าจะเป็นแนวไม้ตามยาวและตัดเป็นท่อนสั้น ๆ เพื่อนำมาประกอบเป็นกรอบรูปก็สามารถทำได้เช่นกัน
  4. นำไม้เก่ามาประกอบเป็นนาฬิกาก็สามารถทำได้และยังสวยงามและหลากหลายไม่ว่าจะเป็นนาฬิกาตั้งโต๊ะ นาฬิกาแขวนหรือนาฬิกา DIY ก็สามารถเพิ่มเสน่ห์แห่งไม้เก่าให้กับบ้านของเราได้ดีอีกด้วย กลายเป็นการนำไม้เก่ามาสร้างสรรค์ให้กลายเป็นของใช้ใหม่ได้ดีอีกด้วย
  5. นำมาประกอบเป็นโคมไฟ แสงไฟโทนอบอุ่นกับสีของเนื้อไม้ นับว่ามีเสน่ห์ที่ไม่สามารถหาวัสดุอื่น ๆ มาทดแทนแบบเทียบเท่าได้ ซึ่งไม้เก่าที่รับซื้อมาก็สามารถนำมาประกอบเป็นโคมไฟที่สวยงามได้ดี ไม่แพ้โคมไฟใหม่ ๆ เลยทีเดียว ถือเป็นไอเท็มของแต่งบ้านที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว
  6. กรอบกระจก ไม้เก่าที่มีสภาพดีมีลายไม้ที่สวยงามสามารถนำมาประกอบเป็นกรอบกระจกเงาได้ดี โดยสามารถเพิ่มลวดลายแกะสลัก วิธีการวางเรียงเนื้อไม้และวาดสีสันเป็นลวดลายต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับกรอบกระจกได้อีกด้วย เมื่อมองกระจกเงาเมื่อไรก็จะได้เห็นลายไม้เก่าสวย ๆ ไปพร้อม ๆ กันด้วย
  7. นำมาประกอบเป็นผนังห้อง ไม้ที่ได้จากการรับซื้อบ้านไม้เก่าสามารถคัดเลือกไม้เนื้อดี ที่คุณภาพและสภาพยังดีอยู่มากมาประกอบเป็นผนังบ้านใหม่ได้อีกครั้ง ซึ่งหากไม่มั่นใจในความคงทนแข็งแรงก็สามารถนำมาประกอบรวมกับวัสดุอื่น ๆ ได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก ปูนซีเมนต์หรือใช้ร่วมกับไม้เทียม ซึ่งนอกจากจะคงความสวยงามของเนื้อไม้ในการทำเป็นผนังบ้านได้ดีแล้ว ยังช่วยเสริมความคงทนแข็งแรงได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
  8. นำมาประกอบเป็นชั้นวางของ ไม้เก่าสามารถนำมาประกอบเป็นชั้นวางของได้หลากหลายแบบไม่ว่าจะเป็นชั้นวางของติดผนัง ชั้นวางของสำหรับแขวน ชั้นวางขวดเครื่องปรุงและชั้นวางของสำหรับทำสวนครัวก็สามารถนำไม้เก่ามาดัดแปลงเพื่อใช้งานได้เป็นอย่างดี สามารถนำมาใช้งานได้ในทุก ๆ ส่วนของบ้านไม่ว่าจะเป็นห้องนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่นหรือแม้แต่ในสวนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

   รับซื้อบ้านไม้เก่าทั่วประเทศ

      จึงจะเห็นได้ว่าไม้เก่าสามารถนำมาทำใหม่ให้ได้ของใหม่ที่มีคุณภาพดี สวยงาม ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดีและสวยงามให้กับตัวบ้านได้เป็นอย่างดีอีกด้วยและยังมักมีราคาไม้สูงมาก เมื่อเทียบกับไม้ใหม่และในยุคปัจจุบันที่นับวันวัสดุไม้ธรรมชาติก็ยิ่งหายากมากขึ้นและมีจำนวนลดน้อยลงอยู่เรื่อย การนำไม้เก่ามาดัดแปลงและปรับปรุงเพื่อให้สามารถนำมาใช้งานใหม่ได้อีกครั้ง ก็นับว่าเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเสน่ห์ของวัสดุไม้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย ถือเป็นวิธีการนำของเก่ามาใช้ใหม่โดยไม่ลดด้อยคุณภาพของไม้ตามธรรมชาติเลยอีกด้วย

     อย่างไรก็ดีการรับซื้อบ้านไม้เก่าก็จะมีโอกาสรับซื้อทั้งไม้สภาพดีและไม้ที่เสื่อมสภาพแล้ว การคัดเลือกไม้ก่อนนำมาใช้งานจึงมีความสำคัญมาก ในบางครั้งการเสื่อมสภาพของเนื้อไม้ก็ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั่วทั้งแผ่น สามารถนำมาปรับแต่งส่วนที่เสียไปเพื่อรักษาสภาพเนื้อไม่ที่ยังดีอยู่เอาไว้และสามารถนำมาใช้งานได้ใหม่อีกด้วย หรือนำมาใช้เสริมร่วมกับวัสดุอื่น ๆ เพื่อเพิ่มมิติความสวยงามที่หลากหลายและความคงทนของไม้เก่าที่นำมาใช้ให้ดียิ่งขึ้นได้อีกด้วย เป็นการลดข้อด้อยของไม้ที่เสียสภาพไป ด้วยวัสดุทดแทนโดยไม่ลดทอนความสวยงามของเนื้อไม้ให้หายไปได้ดีอีกด้วย ถือเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้สามารถนำไม้เก่ากลับมาใช้ประโยชน์ได้เป็นอย่างดี และสามารถใช้ได้อย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้นอีกด้วย และการออกแบบที่ดีก่อนนำมาใช้ก็ยังช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้กับไม้เก่าได้ดีอีกด้วย หรือการทาวัสดุเคลือบก็จะยิ่งช่วยเพิ่มความคงทนและความสวยงามให้กับเนื้อไม้เก่าได้เป็นอย่างดี

ประเภทของบ้านไม้เก่า ประเภทไม้ ที่มีการรับซื้อบ้านไม้เก่า

ในยุคปัจจุบันความนิยมในการปลูกบ้านไม้เริ่มกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากบ้านไม้เป็นบ้านที่เข้ากับสภาพอากาศเมืองร้อนอย่างประเทศไทยมาก

         แต่เนื่องจากว่าต้นไม้ที่มีขนาดใหญ่พอจะนำมาสร้างบ้าน ในปัจจุบันยิ่งหายากขึ้นทุกวัน ในขณะที่กระแสอนุรักษ์ธรรมชาติก็ยิ่งมากขึ้นด้วย ทำให้การซื้อบ้านไม้เก่ามาประกอบใหม่กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นด้วย มีหลายบริษัท หลายองค์กร ที่รับซื้อบ้านไม้เก่าจากที่ต่าง ๆ แล้วนำวัสดุเหล่านั้นมาใช้สำหรับสร้างบ้านหลังใหม่ แต่ก็ไม่ใช่ว่าบ้านไม้เก่าทุกประเภทจะสามารถรื้อเพื่อนำไม้มาใช้อีกได้ เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าบ้านไม้เก่าประเภทไหนที่เข้าเกณฑ์การซื้อขายบ้านไม้เก่า

          ก่อนอื่น เราจำเป็นต้องจำแนกประเภทของบ้านไม้ก่อน บ้านไม้โดยทั่วไปจะมีไม้อยู่ 2 ประเภท ที่ถูกนำมาใช้เป็นวัสดุ  ได้แก่  ไม้เนื้ออ่อนและไม้เนื้อแข็ง ความแตกต่างของไม้ทั้ง 2 ประเภทนี้ คือ ไม้เนื้อแข็งจะเป็นไม้ที่มีรูพรุนอยู่ในเนื้อไม้ ส่วนไม้เนื้ออ่อนจะเป็นไม้ที่ไม่มีรุพรุนอยู่ภายในเนื้อไม้ ซึ่งไม้เนื้อแข็งจะเป็นไม้ที่สามารถรับแรงกระแทกหรือรับน้ำหนักได้ดีกว่า ส่วนไม้เนื้ออ่อนจะเป็นไม้ที่มีความยืดหยุ่นในการใช้งานมากกว่า ตัวอย่างของไม้เนื้อแข็ง  ได้แก่  ไม้แดง ไม้ประดู่ ส่วนไม้เนื้ออ่อน ยกตัวอย่างเช่น ไม้สน ไม้สัก เป็นต้น

รับซื้อบ้านไม้เก่า

         บ้านไม้เก่าทั้งหลาย อาจใช้ไม้เนื้ออ่อนหรือไม้เนื้อแข็งมาสร้างเป็นบ้านก็ได้ ซึ่งบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าส่วนใหญ่ ย่อมซื้อบ้านไม้เก่าแบบไม่เกี่ยงว่าจะเป็นบ้านไม้เนื้อแข็งหรือบ้านไม้เนื้ออ่อน แต่ในบ้านไม้เก่าบางหลังทางบริษัทรับซื้อบ้านไม้เก่าก็ไม่รับ ยกตัวอย่างเช่น บ้านที่ใช้ไม้อันไม่เป็นมงคลมาปลูก เช่น ไม้ตะเคียน ไม้ยาง เนื่องจากไม้เหล่านี้เป็นไม้ที่เกี่ยวข้องกับความเชื่อของคนทั่วไปว่ามีนางไม้มาสิงอยู่ ไม้บางอย่างก็เป็นไม้ที่ใช้สำหรับทำโลงศพ ซึ่งถือว่าไม่เป็นมงคลหากนำมาทำบ้าน รวมไปถึงบ้านที่มีเสาตกน้ำมันอยู่ในบ้านด้วย ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่า มักจะไม่ซื้อบ้านไม้ที่ทำจากไม้พวกนี้ หรือถึงจะซื้อก็ให้ราคาไม่สูงมากนัก

         บ้านอีกประเภทหนึ่ง ที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหลายคนต่างส่ายหน้า ไม่สนใจบ้านพวกนี้ ก็คือ บ้านที่ทำจากไม้ที่ผุพังง่าย อย่างเช่น ไม้มะพร้าว ไม้สน ไม้กระถิน ไม้ยูคาลิปตัส โดยที่ไม้เหล่านี้มักมีอายุการใช้งานสั้น ผุง่าย เมื่อรื้อออกมาแล้ว ก็ไม่สามารถนำไปใช้งานต่อได้ต้องทิ้งลูกเดียว เพราะฉะนั้น ผู้ที่มีบ้านที่ทำจากไม้ที่มีอายุการใช้งานสั้นพวกนี้ อาจจะต้องทำใจเกี่ยวกับราคาที่อาจตกลงหรือบางครั้งอาจจะขายไม่ได้เอาเสียเลย เว้นเสียแต่ว่าไม้ดังกล่าวถูกนำไปผ่านกรรมวิธีรักษา เช่น อัดซิลิโคนเข้าไปในเนื้อไม้หรือทาสารเคมีที่ช่วยรักษาเนื้อไม้เอาไว้แล้ว ก็อาจจะได้ราคาเพิ่มขึ้นมาบ้าง

         บ้านอีกแบบหนึ่งที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่ามักจะไม่รับซื้อหรือถึงรับซื้อก็ให้ราคาค่อนข้างต่ำ คือ บ้านไม้ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานาน จนถูกต้นไม้ขึ้นปกคลุมอย่างหนัก รวมทั้งตัวบ้านก็เริ่มชำรุดทรุดโทรม บางส่วนผุจนหล่นลงมา รอบบ้านเต็มไปด้วยปลวกและมอดกินไม้ บ้านพวกนี้ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ต่อให้รื้อมาได้ก็ไม่คุ้ม เนื่องจากไม้ที่มีสภาพสมบูรณ์จริง ๆ จะยังเหลืออยู่ไม่มากนักและถ้ารื้อมาแล้ว ยังต้องมีต้นทุนการบำรุงรักษาด้วยการอัดซิลิโคนหรือทาสารเคมีอีก อีกทั้งการรื้อบ้านที่ถูกทิ้งร้างไว้นานอย่างนี้ ยังเสี่ยงต่อการได้รับอันตรายจากสัตว์มีพิษ เช่น แมงป่อง งู ต่อ แตน ผึ้ง ฯลฯ ที่จะแอบเข้าไปอยู่อาศัยกันในบ้าน รวมทั้งโครงสร้างบางอย่างของบ้านอาจจะเริ่มผุพัง จนอาจพังลงมาได้ในขณะที่กำลังรื้ออยู่ ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหลายคนจึงมักปฏิเสธไม่รับซื้อบ้านที่ถูกทิ้งร้างมานาน เว้นเสียแต่ว่า สภาพบ้านที่เหลือนั้นดูน่าสนใจจริง ๆ และสภาพไม้ที่มีอยู่ยังไม่สิ้นสภาพมากนัก

         หลังจากที่พูดถึงรายละเอียดต่าง ๆ ของประเภทบ้านไม้เก่าที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าสนใจมาเสียยืดยาวแล้ว จึงนำมาเป็นข้อสรุปที่ว่า โดยทั่วไปผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าส่วนใหญ่จะรับซื้อบ้านไม้แทบทุกประเภทอยู่แล้ว ไม่เกี่ยงว่าจะเป็นบ้านไม้เนื้ออ่อนหรือบ้านไม้เนื้อแข็งก็ตาม ยกเว้น บ้านที่มีลักษณะ 3 อย่างที่กล่าวไป คือ บ้านที่มีการสร้างด้วยไม้หรือวัสดุที่พัวพันกับความเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับของคนไทย รวมไปถึงบ้านที่มีประวัติร้ายแรง, บ้านที่ทำด้วยไม้อันมีอายุการใช้งานสั้น เมื่อรื้อแล้ว จะไม่สามารถนำมาใช้เป็นวัสดุในการสร้างบ้านได้อีกและบ้านไม้ที่ปล่อยทิ้งร้างมานาน จนไม้ที่ใช้สร้างผุพัง สิ้นสภาพ เพราะฉะนั้น เจ้าของบ้านท่านใดที่มีบ้านไม้เก่าอยู่และอยากจะขายให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่า ขอให้ทำการตรวจสอบสภาพบ้านของตนเองว่ามีลักษณะต้องห้ามทั้ง 3 นี้หรือไม่ หากมี ขอให้ทำการติดต่อกับบริษัทผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าที่ท่านต้องการ เพื่อที่จะได้ทำการตกลงราคาได้ ไม่ถูกกดราคาจนต่ำเกินไปนัก

ขั้นตอนการรื้อถอนบ้านไม้เก่า หากมีการขายให้ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่า

                 การรื้อบ้าน คงจะถือเป็นสิ่งสุดท้ายที่ใครหลาย ๆ คน คิดจะทำ เนื่องจากเมื่อเรามีบ้านอยู่แล้ว บ้านนั้นย่อมเป็นศูนย์รวมแห่งความทรงจำ อารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งความสุข ความทุกข์และความผูกพัน

                แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเราไม่ใช่ว่าจะสามารถจมปลักอยู่กับสิ่งเดิม ๆ ได้ตลอดไป ชีวิตย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น ใครหลายคนอาจจะต้องมีบ้านหลังใหม่ต้องย้ายที่อยู่ใหม่ อันเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงในชีวิต คราวนี้ ถามว่าบ้านหลังเก่าจะทำอย่างไรดีล่ะ ซึ่งมีทางเลือกหลายทางสำหรับคำตอบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขายบ้านให้คนอื่นเข้าไปอยู่ใหม่ การให้เช่าบ้านหรือรื้อบ้านออก แล้วนำเศษวัสดุที่เหลือขายให้กับผู้รับซื้อไปจนถึงการเก็บบ้านไว้เฉย ๆ ไม่ได้ให้ใครไปอยู่ จนบางครั้งบ้านกลายสภาพเป็นบ้านร้างมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปเลยก็มี

                แต่การเก็บบ้านไว้ แล้วปล่อยให้เป็นบ้านร้างนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกบ้านไม้เก่าทั้งหลายเนื่องจากเมื่อบ้านถูกทิ้งร้าง ย่อมทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว หากเป็นบ้านปูนย่อมมีสภาพไม่ต่างอะไรจากซากปรักหักพัง ส่วนบ้านไม้หากถูกทิ้งร้างย่อมเกิดการชำรุด ผุพัง ดังนั้น อยากจะขอแนะนำว่าหากท่านใดที่มีบ้านอยู่ แล้วตัวเองไม่ได้ไปอยู่บ้านนั้น ขอให้หาคนเข้าไปอยู่อาจจะด้วยการขาย หรือให้เช่าก็ว่ากันไป หรือถ้าหาคนไม่ได้จริง ๆ ขอให้หาผู้รับซื้อ โดยเฉพาะพวกผู้ รับซื้อบ้านไม้เก่า ให้เข้ามาทำการรื้อบ้านออก แล้วนำไม้จากบ้านเก่านั้นไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ดีกว่าปล่อยให้ชำรุดผุพังไปเสียเฉย ๆ

picwod1972006

                เชื่อว่าพออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนที่มีบ้านไม้เก่าเป็นของตัวเอง แล้วไม่ได้ไปอยู่คงจะสนใจทางเลือกการขายให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าไม่น้อย บางคนอาจจะตัดสินใจได้ทันทีว่าจะหาผู้รับซื้อบ้านไม้เก่ามาทำการตกลงซื้อขายกันเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่บางคนก็บังเกิดความกลัวว่า ถ้าเกิดขายบ้านไม้เก่าของตนให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าแล้ว เขาจะปฏิบัติกับบ้านหลังนั้นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าเมื่อเราทำการขายบ้านไม้เก่าให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าแล้ว พวกเขามีวิธีการมีขั้นตอนในการรื้อถอนบ้านไม้เก่าอย่างไร

                เริ่มจากขั้นตอนแรก เมื่อผู้ รับซื้อบ้านไม้เก่า ทำสัญญาซื้อขายเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะต้องเข้าไปตรวจโครงสร้างของบ้านเสียก่อนว่าส่วนคานอยู่ที่ใด ส่วนใดบ้างที่เป็นส่วนประกอบไม่ได้เป็นไปตามที่หลาย ๆ คนเข้าใจว่าพอเริ่มรื้อ ก็คือ เอาเครื่องมือเข้าไปแงะ แยกบ้านเลย เพราะถ้าเกิดงัดผิดไปรื้อเอาส่วนคานเข้า ทั้งที่เพิ่งจะเริ่ม อาจจะทำให้บ้านทั้งหลังพังลงมาได้ซึ่งการพังของบ้าน นอกจากจะทำให้ไม้ของบ้านได้รับความเสียหายแล้ว ยังอาจทำให้คนงานที่เข้าไปทำการรื้อได้รับอันตรายอีกด้วย โดยที่การตรวจสอบโครงสร้างในผู้รับเหมาบางราย อาจจะมีการเปิดส่วนประกอบบางอย่าง เช่น ฝ้า ที่เมื่อเปิดแล้วไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อตัวบ้านเพื่อทำการดูโครงสร้างด้วย

                เมื่อตรวจสอบโครงสร้างเสร็จแล้ว คราวนี้ก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการรื้อ ซึ่งผู้ รับซื้อบ้านไม้เก่า จะเริ่มรื้อจากส่วนที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของบ้านก่อน เช่น ไม้ฝาหรือพวกเชิงชาย ที่มีหน้าที่สำหรับประดับตกแต่งเพียงอย่างเดียว โดยที่วิธีการรื้อนั้น ถ้าบ้านไม้เก่านั้นใช้วิธียึดไม้ฝาเข้ากับโครงสร้างด้วยตะปู ช่างก็จะใช้วิธีตี เคาะไม้ ให้ตะปูเกิดการขยับและโผล่หัวออกมาพอที่จะสามารถใช้ค้อนถอนออกได้ แล้วจึงใช้ค้อน ชะแลงหรืออุปกรณ์ใดที่ออกแบบมาสำหรับถอนตะปูช่วยถอนตะปู แล้วแยกไม้ส่วนนั้นออกมา ขั้นขณะนี้ถือว่าสำคัญผู้รื้อจำเป็นต้องทำด้วยความรวดเร็ว แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ไม้ช้ำ หรือเกิดความเสียหายขึ้นมา ส่วนถ้าเป็นบ้านที่ใช้การเชื่อมต่อด้วยเดือยไม้ ช่างก็จะใช้วิธีการเดียวกัน คือ ทำการเคาะให้เดือยเกิดการขยับเพียงเล็กน้อย แล้วจึงค่อย ๆ ถอดไม้ออกมาด้วยความระมัดระวัง

                โดยปกติการรื้อบ้านไม้เก่า ช่างจะเริ่มต้นรื้อจากพวกผนังกับชิ้นส่วนที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านก่อน ส่วนที่ถูกรื้อเป็นส่วนท้าย ๆ  ได้แก่  ส่วนเสา ส่วนหลังคา+โครง และส่วนพื้น โดยหลังจากที่รื้อส่วนย่อย ๆ ออกทั้งหมดแล้ว นายช่างจึงจะเริ่มทำการรื้อส่วนหลังคากับโครงหลังคาก่อน ตามด้วยส่วนพื้นและสุดท้าย คือ เสา ซึ่งในส่วนของหลังคา ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าส่วนใหญ่มักจะไม่เก็บกระเบื้องมุงหลังคาไว้ เนื่องจากกระเบื้องเหล่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป ต้องตากแดด ตากฝน จึงสิ้นสภาพการใช้งานโดยสิ้นเชิง ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าจะทิ้งกระเบื้องเหล่านั้นไปทั้งหมด เหลือไว้แต่ส่วนไม้

รับซื้อบ้านไม้เก่า ให้ราคาสูง

                หลังจากที่รื้อเสร็จแล้ว คราวนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนการขนย้ายไม้ไปไว้ที่อื่น เจ้าของบ้านไม้เก่าไม่ต้องกลัวเลยว่าช่างจะทิ้งไม้ไว้ระเกะระกะ พวกเขาจะต้องรีบทำการขนย้ายไม้ให้ไวที่สุด เนื่องจากถ้าปล่อยตากแดด ตากฝนไม่จะเกิดการเสื่อมสภาพ ผุพังได้ โดยส่วนใหญ่หลังจากรื้อบ้านเสร็จแล้ว อย่างมากสุด ช่างจะทิ้งไม้ไว้ไม่เกิน 1 วัน ก็เริ่มทำการทยอยขนย้ายไม้ไปไว้ที่อื่นแล้ว

                ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็คือ กรรมวิธีการรื้อบ้านไม้เก่า เมื่อผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าได้ทำสัญญาซื้อขายแล้วจะเห็นได้ว่า กรรมวิธีการรื้อนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำอย่างทะนุถนอมเพื่อไม่ให้ไม้บอบช้ำ เชื่อว่าหลังจากอ่านบทความนี้จบ ผู้ที่กำลังจะขายบ้านไม้เก่าทุกคนน่าจะหายกังวลไปได้มากทีเดียว

รับซื้อบ้านไม้เก่า ประเมินราคาโดยผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าอย่างไร

               การสร้างบ้านด้วยไม้นั้นได้รับความนิยมมาอย่างยาวนานในประเทศไทย แต่ด้วยในปัจจุบันราคาไม้นั้นเริ่มค่อนข้างสูงมากยิ่งขึ้น คนจึงหันไปใช้ไม้เทียมหรือคอนกรีตในการก่อสร้างบ้านพักอาศัยมากกว่า เพราะด้วยเรื่องราคาที่ค่อนข้างถูกกว่าไม้จริง สามารถนำมาออกแบบก่อสร้างได้อย่างหลากหลาย หาซื้อได้ง่ายและมีความทนทาน ในสมัยก่อนคนไทยนิยมใช้ไม้เพื่อนำมาก่อสร้างที่อยู่อาศัยเพราะป่าไม้ยังคงอุดมสมบูรณ์ การตัดไม้เพื่อนำมาสร้างเป็นที่พักอาศัยจึงกลายเป็นเหมือนวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน แต่เมื่อความเจริญเพิ่มมากยิ่งขึ้น ป่าไม้เริ่มลดน้อยลงคนจึงเริ่มหาสิ่งทดแทนที่จะสามารถนำมาใช้ในการก่อสร้างแทนไม้ ปัจจุบันบ้านไม้จึงค่อนข้างที่จะไม่ค่อยมีให้เห็นกันแล้วโดยเฉพาะในเขตเมืองหรือในเขตชุมชนที่ค่อนข้างมีความเจริญมากขึ้นแล้ว

               แม้ว่าความนิยมในการใช้ไม้ในการก่อสร้างที่พักอาศัยลดน้อยลง แต่ไม้ที่ใช้ในการก่อสร้างไปแล้วนั้นก็ยังคงมีราคาอยู่ เพราะยังมีกลุ่มคนที่ต้องการใช้งานไม้เก่าและหาซื้อไม้เก่าตามบ้านเรือนของคนเราอยู่ โดยเฉพาะบ้านไม้เก่าที่ต้องการรื้อถอนเพื่อสร้างใหม่หรือบ้านไม้เก่าที่ต้องการจะขายทิ้งไปพร้อมที่ดิน บ้านไม้สามารถขายแยกกับที่ดินได้เพราะมีกลุ่มผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าหรือมีบริษัทรับซื้อไม้เก่าเหล่านี้อยู่มากพอสมควร ราคาการรับซื้อไม้เก่านั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับว่ามีปริมาณมากน้อยเพียงใด สภาพของไม้ค่อนข้างมีความสมบูรณ์หรือเริ่มที่จะพุพังแล้ว รวมไปถึงว่าเป็นไม้อะไรมีความหนาบางขนาดไหน หากไม้ยังคงมีสภาพสมบูรณ์และสวยงาม อีกทั้งยังเป็นไม้ที่มีราคาและมีความแข็งแรงก็จะได้ราคาที่สูงพอสมควร การรับซื้อไม้เก่าจากบ้านไม้นั้นมีราคารับซื้อตั้งแต่หลักหมื่นไปจนถึงหลักล้าน

รับซื้อบ้านไม้เก่า ทั่วไทย

               การที่จะขายบ้านไม้เก่าแต่ไม่รู้ราคาซื้อขายควรทำการให้ผู้รับซื้อประเมินราคาในการรับซื้อให้ก่อน แต่อาจจะลองให้หลาย ๆ เจ้าได้ทำการประเมินราคารับซื้อให้และนำมาเปรียบเทียบราคากัน ว่าเจ้าไหนที่ให้ราคาดีที่สุดและสมน้ำสมเนื้อมากที่สุด แต่หากไม้เริ่มพุพังแล้วไม่ค่อยมีความสวยงามแล้วก็ต้องรับราคาในการรับซื้อให้ได้เพราะว่าราคาก็จะตกลงไปตามสภาพของไม้ การให้ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าประเมินราคาการรับซื้อนั้นอาจจะไม่จำเป็นต้องให้ผู้รับซื้อมาตีประเมินถึงที่ก็ได้ เพราะด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีการถ่ายรูปและส่งให้ผู้รับซื้อประเมินราคาไม้ให้จะสะดวกกว่าการติดต่อให้ผู้นับซื้อเข้าไปประเมินถึงบ้าน เพราะหากต้องการเปรียบเทียบราคาก็ต้องให้ผู้รับซื้อหลายเจ้าเข้ามาทำการประเมินราคาให้ อาจจะค่อนข้างทำให้เกิดความล่าช้าในการตัดสินใจขาย

               หากเราเลือกส่งประเมินราคาไม้ตามช่องทางการติดต่อต่าง ๆ และใช้รูปที่ถ่ายบ้านไม้และเนื้อไม้ส่งไปยังผู้รับซื้อเพื่อให้ประเมินราคาการซื้อให้ ย่อมส่งผลดีต่อผู้ที่ต้องการขายและทำให้สามารถเปรียบเทียบราคาในการรับซื้อไม้ของผู้รับซื้อแต่ละเจ้าได้เร็วมากกว่า เมื่อทำการเปรียบเทียบแล้วเจ้าไหนที่ให้ราคาดีที่สุด จึงค่อยติดต่อไปเพื่อทำการตกลงซื้อขาย ส่วนใหญ่แล้วการติดต่อผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าโดยตรงไม่ผ่านนายหน้าผู้ขายจะได้ราคาเต็ม ๆ โดยที่ไม่ต้องแบ่งค่านายหน้าให้แก่ผู้อื่น เพราะช่องทางการติดต่อไปยังผู้รับซื้อไม้เก่านั้นสามารถหาได้เองตามโลกออนไลน์ การรับซื้อไม้เก่าของผู้รับซื้อจะออกค่าบริการในการรื้อถอนและขนย้ายไม้เองเป็นส่วนใหญ่ หากมีผู้รับซื้อเจ้าไหนที่เรียกเก็บค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก็ให้พิจารณาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจขายให้ เพราะยังมีผู้รับซื้อจำนวนไม่น้อยที่ไม่คิดค่าบริการเหล่านี้

picwod1972001

 

               การเลือกผู้รับซื้อเพื่อเข้ามาประเมินราคาไม้ให้แก่ผู้ที่ต้องการขาย ผู้ที่ต้องการขายสามารถเลือกให้ผู้รับซื้อกี่เจ้าก็ได้เข้ามาทำการประเมินราคาให้ และผู้ขายก็มีสิทธิ์ที่จะเลือกผู้รับซื้อที่ให้ราคาประเมินที่ดีสำหรับตนเองได้ บ้านไม้ที่ถูกปล่อยให้ร้างไม่มีคนอยู่อาศัยหรือเริ่มจะเก่าแล้วต้องการจะสร้างใหม่ สามารถขายได้เกือบทั้งหมด แต่หากเป็นไม้ที่ยากต่อการนำเอาไปใช้ได้แล้วก็อาจจะได้ราคาไม่เทียบเท่าไม้ที่ยังสมบูรณ์อยู่ อายุของไม้บางชนิดนั้นสามารถอยู่ได้อย่างยาวนานขึ้นอยู่กับการดูแลรักษาของผู้อยู่อาศัย แต่หากขาดการดูแลก็จะเสื่อมสภาพลงไปเรื่อย ๆ รวมถึงปัญหาพุพังตามกาลเวลาและถูกกัดกินได้แมลง การปล่อยให้ไม้เสื่อมสภาพไปเองก็ต้องมาคอยซ่อมแซมหรือเสียเงินเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่อยู่ดี การขายไม้เก่าในตอนที่ยังคงมีสภาพสมบูรณ์อยู่และนำเงินที่ได้เพื่อนำไปเป็นส่วนของการก่อสร้างใหม่ย่อมคุ้มค่าอยู่พอสมควร สำหรับผู้ที่มีความต้องการในการสร้างบ้านใหม่หรือต่อเติมบ้านอยู่แล้ว

               สรุปได้ว่าราคาประเมินบ้านไม้เก่านั้นจะได้ราคามากหรือน้อยต้องขึ้นอยู่กับสภาพของไม้เป็นหลัก แม้ว่าในบางผู้รับซื้อจะบริการรื้อถอนและขนย้ายไม้เอง แต่หากเป็นสถานที่ที่ไกลออกไปพอสมควรก็อาจจะถูกขอต่อราคาลงบ้าง เพราะผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าต้องมีทั้งค่าเดินทางและค่าแรงของผู้ที่จะไปทำการรื้อถอนบ้านไม้เก่าที่รับซื้อ หากสามารถหาผู้รับซื้อในเขตพื้นที่ใกล้เคียงก็จะหมดปัญหาในเรื่องของการถูกต่อรองราคา หรือเลือกผู้รับซื้อไม้เก่าที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วประเทศและเขตใกล้เคียงจะเป็นการดีที่สุดในการซื้อขายไม้เก่า ได้ประโยชน์ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายไปพร้อมกัน

คุณค่า บ้านไม้เก่า ที่ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่ามองเห็นคุณค่าของวัสดุธรรมชาติ

พชร รับซื้อบ้านไม้เก่า

              เมื่อพูดถึงการสร้างบ้านในปัจจุบันมีวัสดุที่ใช้สำหรับการสร้างบ้านมากมายให้เลือกใช้ ทั้งบ้านที่ใช้วัสดุ  ผนังก่ออิฐมอญฉาบปูน ผนังอิฐมวลเบา  อีโค่บล็อก  สร้างโดยใช้ผนังคอนกรีตสำเร็จรูป   แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นเป็นวัสดุในการสร้างบ้านสมัยใหม่ซึ่งเป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป วัสดุเหล่านี้หาซื้อได้ง่าย ๆ ตามแหล่งขายวัสดุก่อสร้างทั่ว ๆ ไป  แต่ยังมีวัสดุที่ใช้ในการสร้างบ้านที่เป็นแนวใกล้ชิดธรรมชาติ ทั้งการสร้างบ้านด้วยวัสดุ ดินหรือที่เรียกว่าบ้านดินและวัสดุไม้แท้หรือที่เรียกกันว่าบ้านไม้

                บ้านไม้เป็นวัสดุที่ใช้กันมาแต่ดั้งเดิมโดยเฉพาะในเมืองไทยของเรา นั่นเป็นเพราะแต่เดิมประเทศไทยมีทรัพยากรป่าไม้มากมายและไม้เป็นวัสดุที่เหมาะกับการทำที่อยู่อาศัยในเขตประเทศร้อนชื้น แต่เนื่องจาก ปัจจุบันทรัพยากรป่าไม้ของประเทศเราเหลือน้อยลงทุกที จึงทำให้ทางรัฐบาลมีนโยบายในการปิดป่า ยกเลิกการทำสัมปทานป่าไม้ ไม้แท้ ๆ ที่จะนำมาสร้างบ้านไม้หรือเฟอร์นิเจอร์จึงหายากขึ้นทุกที แต่บ้านไม้ก็ยังเป็นบ้านที่ทรงคุณค่า มีคนจำนวนหนึ่งทีเดียวที่ยังคงรักที่จะสร้างบ้านด้วยไม้และอาศัยอยู่ในบ้านไม้ ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น นั่นก็เพราะ

พชร รับซื้อบ้านไม้เก่า

                ความเป็นเอกลักษณ์ของบ้านไม้  การสร้างบ้านด้วยวัสดุอื่น ๆ ที่นำมาฉาบปูนถึงแม้จะมีวัสดุหลากหลายแต่ก็ให้ความรู้สึกไม่ต่างกันมากและให้สัมผัสที่เป็นสมัยใหม่ แต่บ้านไม้มีความเป็นเอกลักษณ์ที่แตกต่าง เมื่อเราได้เห็นบ้านไม้ ได้เข้าไปในบ้านไม้ เราจะเกิดความรู้สึกถึงอดีตอันละเมียดละไม ความเป็นไทยแท้ ความรู้สึกได้ใกล้ชิดกับวิถีไทยแบบดั้งเดิมแบบธรรมชาติ ความประณีตละเอียดอ่อนและเรียบง่ายของวิถีชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่สามารถหาได้ในบ้านสไตล์อื่น ๆ

 

                บ้านไม้เป็นสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมกับสภาพภูมิอากาศของไทย เมื่อก้าวเข้ามาในตัวบ้านหรือในชายคา ชายเรือนบ้านไม้จะเกิดความรู้สึกเย็น เพราะไม้ต่างจากวัสดุประเภทอื่น บ้านไม้จะให้อุณหภูมิที่เย็นโดยแทบไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ เราจะเห็นได้ว่าบ้านในสไตล์ก่ออิฐฉาบปูนนั้น เป็นสถาปัตยกรรมที่อยู่อาศัยที่เรารับมาจากฝั่งตะวันตกซึ่งภูมิอากาศแตกต่างจากของไทย ประเทศของเขาเป็นประเทศหนาว การก่ออิฐจะช่วยกันลมและหิมะรวมถึงอุณหภูมิเย็น เมื่อเราสร้างตามเขาบ้านจึงร้อนและต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ

                บ้านไม้ทำให้รู้สึกว่าได้พักผ่อนและผ่อนคลาย เพราะไม้เป็นตัวแทนของธรรมชาติให้ความรู้สึกเรียบสงบธรรมดาสามัญ จึงทำให้รู้สึกผ่อนคลายอยู่เสมอเมื่อได้พักอาศัย  นี่เองจึงเป็นเหตุผลให้ปัจจุบันมีคนจำนวนมากทีเดียวที่หันมาปลูกสร้างบ้านไม้กันมากขึ้น  พชร ตลาด รับซื้อบ้านไม้เก่า