ขั้นตอนการรื้อถอนบ้านไม้เก่า หากมีการขายให้ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่า

รับซื้อบ้านไม้เก่า ให้ราคาสูง

                 การรื้อบ้าน คงจะถือเป็นสิ่งสุดท้ายที่ใครหลาย ๆ คน คิดจะทำ เนื่องจากเมื่อเรามีบ้านอยู่แล้ว บ้านนั้นย่อมเป็นศูนย์รวมแห่งความทรงจำ อารมณ์ ความรู้สึกต่าง ๆ ทั้งความสุข ความทุกข์และความผูกพัน

                แต่เมื่อเวลาผ่านไป คนเราไม่ใช่ว่าจะสามารถจมปลักอยู่กับสิ่งเดิม ๆ ได้ตลอดไป ชีวิตย่อมมีการเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น ใครหลายคนอาจจะต้องมีบ้านหลังใหม่ต้องย้ายที่อยู่ใหม่ อันเนื่องจากความเปลี่ยนแปลงในชีวิต คราวนี้ ถามว่าบ้านหลังเก่าจะทำอย่างไรดีล่ะ ซึ่งมีทางเลือกหลายทางสำหรับคำตอบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการขายบ้านให้คนอื่นเข้าไปอยู่ใหม่ การให้เช่าบ้านหรือรื้อบ้านออก แล้วนำเศษวัสดุที่เหลือขายให้กับผู้รับซื้อไปจนถึงการเก็บบ้านไว้เฉย ๆ ไม่ได้ให้ใครไปอยู่ จนบางครั้งบ้านกลายสภาพเป็นบ้านร้างมีต้นไม้ขึ้นปกคลุมไปเลยก็มี

                แต่การเก็บบ้านไว้ แล้วปล่อยให้เป็นบ้านร้างนั้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวกบ้านไม้เก่าทั้งหลายเนื่องจากเมื่อบ้านถูกทิ้งร้าง ย่อมทรุดโทรมลงอย่างรวดเร็ว หากเป็นบ้านปูนย่อมมีสภาพไม่ต่างอะไรจากซากปรักหักพัง ส่วนบ้านไม้หากถูกทิ้งร้างย่อมเกิดการชำรุด ผุพัง ดังนั้น อยากจะขอแนะนำว่าหากท่านใดที่มีบ้านอยู่ แล้วตัวเองไม่ได้ไปอยู่บ้านนั้น ขอให้หาคนเข้าไปอยู่อาจจะด้วยการขาย หรือให้เช่าก็ว่ากันไป หรือถ้าหาคนไม่ได้จริง ๆ ขอให้หาผู้รับซื้อ โดยเฉพาะพวกผู้ รับซื้อบ้านไม้เก่า ให้เข้ามาทำการรื้อบ้านออก แล้วนำไม้จากบ้านเก่านั้นไปใช้ประโยชน์ในด้านอื่น ๆ ดีกว่าปล่อยให้ชำรุดผุพังไปเสียเฉย ๆ

picwod1972006

                เชื่อว่าพออ่านมาถึงตรงนี้หลายคนที่มีบ้านไม้เก่าเป็นของตัวเอง แล้วไม่ได้ไปอยู่คงจะสนใจทางเลือกการขายให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าไม่น้อย บางคนอาจจะตัดสินใจได้ทันทีว่าจะหาผู้รับซื้อบ้านไม้เก่ามาทำการตกลงซื้อขายกันเสียเดี๋ยวนี้เลย แต่บางคนก็บังเกิดความกลัวว่า ถ้าเกิดขายบ้านไม้เก่าของตนให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าแล้ว เขาจะปฏิบัติกับบ้านหลังนั้นอย่างไรบ้าง เพราะฉะนั้นในบทความนี้ เราจะมาดูกันว่าเมื่อเราทำการขายบ้านไม้เก่าให้กับผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าแล้ว พวกเขามีวิธีการมีขั้นตอนในการรื้อถอนบ้านไม้เก่าอย่างไร

                เริ่มจากขั้นตอนแรก เมื่อผู้ รับซื้อบ้านไม้เก่า ทำสัญญาซื้อขายเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาจะต้องเข้าไปตรวจโครงสร้างของบ้านเสียก่อนว่าส่วนคานอยู่ที่ใด ส่วนใดบ้างที่เป็นส่วนประกอบไม่ได้เป็นไปตามที่หลาย ๆ คนเข้าใจว่าพอเริ่มรื้อ ก็คือ เอาเครื่องมือเข้าไปแงะ แยกบ้านเลย เพราะถ้าเกิดงัดผิดไปรื้อเอาส่วนคานเข้า ทั้งที่เพิ่งจะเริ่ม อาจจะทำให้บ้านทั้งหลังพังลงมาได้ซึ่งการพังของบ้าน นอกจากจะทำให้ไม้ของบ้านได้รับความเสียหายแล้ว ยังอาจทำให้คนงานที่เข้าไปทำการรื้อได้รับอันตรายอีกด้วย โดยที่การตรวจสอบโครงสร้างในผู้รับเหมาบางราย อาจจะมีการเปิดส่วนประกอบบางอย่าง เช่น ฝ้า ที่เมื่อเปิดแล้วไม่ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อตัวบ้านเพื่อทำการดูโครงสร้างด้วย

                เมื่อตรวจสอบโครงสร้างเสร็จแล้ว คราวนี้ก็เริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการรื้อ ซึ่งผู้ รับซื้อบ้านไม้เก่า จะเริ่มรื้อจากส่วนที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของบ้านก่อน เช่น ไม้ฝาหรือพวกเชิงชาย ที่มีหน้าที่สำหรับประดับตกแต่งเพียงอย่างเดียว โดยที่วิธีการรื้อนั้น ถ้าบ้านไม้เก่านั้นใช้วิธียึดไม้ฝาเข้ากับโครงสร้างด้วยตะปู ช่างก็จะใช้วิธีตี เคาะไม้ ให้ตะปูเกิดการขยับและโผล่หัวออกมาพอที่จะสามารถใช้ค้อนถอนออกได้ แล้วจึงใช้ค้อน ชะแลงหรืออุปกรณ์ใดที่ออกแบบมาสำหรับถอนตะปูช่วยถอนตะปู แล้วแยกไม้ส่วนนั้นออกมา ขั้นขณะนี้ถือว่าสำคัญผู้รื้อจำเป็นต้องทำด้วยความรวดเร็ว แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้ไม้ช้ำ หรือเกิดความเสียหายขึ้นมา ส่วนถ้าเป็นบ้านที่ใช้การเชื่อมต่อด้วยเดือยไม้ ช่างก็จะใช้วิธีการเดียวกัน คือ ทำการเคาะให้เดือยเกิดการขยับเพียงเล็กน้อย แล้วจึงค่อย ๆ ถอดไม้ออกมาด้วยความระมัดระวัง

                โดยปกติการรื้อบ้านไม้เก่า ช่างจะเริ่มต้นรื้อจากพวกผนังกับชิ้นส่วนที่ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างบ้านก่อน ส่วนที่ถูกรื้อเป็นส่วนท้าย ๆ  ได้แก่  ส่วนเสา ส่วนหลังคา+โครง และส่วนพื้น โดยหลังจากที่รื้อส่วนย่อย ๆ ออกทั้งหมดแล้ว นายช่างจึงจะเริ่มทำการรื้อส่วนหลังคากับโครงหลังคาก่อน ตามด้วยส่วนพื้นและสุดท้าย คือ เสา ซึ่งในส่วนของหลังคา ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าส่วนใหญ่มักจะไม่เก็บกระเบื้องมุงหลังคาไว้ เนื่องจากกระเบื้องเหล่านั้นเมื่อเวลาผ่านไป ต้องตากแดด ตากฝน จึงสิ้นสภาพการใช้งานโดยสิ้นเชิง ผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าจะทิ้งกระเบื้องเหล่านั้นไปทั้งหมด เหลือไว้แต่ส่วนไม้

รับซื้อบ้านไม้เก่า ให้ราคาสูง

                หลังจากที่รื้อเสร็จแล้ว คราวนี้ก็เข้าสู่ขั้นตอนการขนย้ายไม้ไปไว้ที่อื่น เจ้าของบ้านไม้เก่าไม่ต้องกลัวเลยว่าช่างจะทิ้งไม้ไว้ระเกะระกะ พวกเขาจะต้องรีบทำการขนย้ายไม้ให้ไวที่สุด เนื่องจากถ้าปล่อยตากแดด ตากฝนไม่จะเกิดการเสื่อมสภาพ ผุพังได้ โดยส่วนใหญ่หลังจากรื้อบ้านเสร็จแล้ว อย่างมากสุด ช่างจะทิ้งไม้ไว้ไม่เกิน 1 วัน ก็เริ่มทำการทยอยขนย้ายไม้ไปไว้ที่อื่นแล้ว

                ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ก็คือ กรรมวิธีการรื้อบ้านไม้เก่า เมื่อผู้รับซื้อบ้านไม้เก่าได้ทำสัญญาซื้อขายแล้วจะเห็นได้ว่า กรรมวิธีการรื้อนั้นเป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันก็ทำอย่างทะนุถนอมเพื่อไม่ให้ไม้บอบช้ำ เชื่อว่าหลังจากอ่านบทความนี้จบ ผู้ที่กำลังจะขายบ้านไม้เก่าทุกคนน่าจะหายกังวลไปได้มากทีเดียว